วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557

การป้องกันโรคเซ็บเดิร์มกำเริบ


ช่วงนี้อากาศยังคงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องฮ่ะ นอกจากต้องผจญกับความแห้งของสภาพอากาศแล้ว แอดมินยังต้องเผชิญกับอาการของเซ็บเดิร์มที่กำเริบขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ด้วย อ่ะ เรามาดูวิธีการป้องกันและรักษาโรคเซ็บเดิร์มกันนะคะ

หลาย ๆ คนที่อ่านบล็อกของแอดมินไป และมีอาการดังต่อไปนี้ คัน ผิวลอก แดง แสบ และมักจะเป็นเกือบทั้งปี คือกำเริบบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุตามบริเวณผิวหน้า,หลังกกหู,หนังศรีษะ หรือแม้่กระทั่งในรูสะดือ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยฮ่ะ ว่าคุณกำลังเจอกับอาการของโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า "เซ็บเดิร์ม" เข้าให้แล้ว


เจ้าโรคนี้สร้างปัญหากับกับแอดมินมากมายฮ่ะ (ถึงแม้จะเป็นเพียงสองสามจุดเล็ก ๆ บนใบหน้าก็ตาม) อย่างเช่น การที่มันเกิดผื่นแดงแสบร้อนและมีอาการคันยิบ ๆ มันก็ทำให้นอนไม่ใคร่จะหลับ ผิวหนังก็ลอกเป็นขุยจนแลดูน่าเกลียด ทาแป้งก็ไม่ได้ ทาครีมโปะเข้าไปก็แสบ คราวไหนเป็นหนัก ๆ เข้า ถึงขนาดมีน้ำใส ๆ ไหลเยิ้มออกมาจากผิวบริเวณที่เป็นเลยทีเดียว T^T

การป้องกันอาการของโรคไม่ให้มาบังเกิดกับผิวเราซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนอื่นก็คงต้องใช้วิธีพื้นฐานกันก่อนฮ่ะ นั่นก็คือ ควรสังเกตอาการกำเริบของโรค เช่น การเริ่มคันผิวบริเวณที่เคยเกิดเซ็บเดิร์ม ผิวหนังแห้งตึงหรือมีผื่นแดง ร้อนวูบวาบ มีสะเก็ดเกิดขึ้นในบริเวณที่เคยเป็น เมื่อพบว่ามีอาการกำเริบก็ให้รีบทายาควบคุมไว้แต่เนิ่น ๆ ฮ่ะ โดยใช้ยาเฉพาะทางในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อให้อาการของโรคสงบลง จากนั้นจึงคอยระวังปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดโรค เช่น การอาการบาดเจ็บของผิวหนัง การ แคะ แกะ เกา ความชื้นและอากาศเย็นในสภาวะที่อากาศเปลี่ยนแปลง ความเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์หรือครีมที่ใช้แล้วระคายเคืองผิว ไม่ว่าจะเป็นโฟมล้างหน้า โฟมโกนหนวด โทนเนอร์ น้ำมันใส่ผม สเปย์ชนิดต่าง ๆ

นอกจากนี้แล้วยังต้องป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราซ้ำซ้อนในบริเวณที่เกิดโรคด้วยนะคะ ต้องไม่แคะแกะเกา หรือถู,ลอกผิวหนังบริเวณนั้น ๆ และควรตัดเล็บให้สั้น รักษาความสะอาดของเล็บและมืออยู่เสมอ

นอกจากดูแลเรื่องความสะอาดและการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงแล้ว งานวิจัยบางชิ้นยังบอกว่า หากเราสามารถออกกำลังกายกลางแจ้งเบา ๆ อย่างเพียงพอ ก็จะช่วยให้อาการของเซ็บเดิร์มสงบลงได้ค่ะ แต่หากว่าทำทุกวิธีแล้ว อาการของโรคยังไม่ทุเลา หรือมีอาการรุนแรงขึ้น ก็ควรรีบไปพบหมอเพื่อวินิจฉัยและรับยามาใช้รักษาเป็นขั้นต่อไปน่ะนะคะ

ในตอนหน้าของบล็อก เราจะมาดูวิธีรักษาและบรรเทาอาการของโรคเซ็บเดิร์มเมื่อมีอาการกำเริบรุนแรงจนรักษาด้วยตัวเองไม่หายหรือไม่ดีขึ้นกันค่ะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



ภาพประกอบจาก http://hardinmd.lib.uiowa.edu/dermnet/seborrheicdermatitis22.html